ดูแลความงามผิวหน้าเครื่องสำอางค์

รักษารอยดําจากสิว 10 วิธีลดรอยดำเห็นผลเร่งด่วนใน 7 วัน

2.64KViews

รักษารอยดําจากสิว วิธีลดรอยดำรอยด่างเห็นผลแบบเร่งด่วนใน 7 วัน

หลังจากสิวหายแล้ว ก็มักจะมีร่องรอยทิ้งเอาไว้ให้พวกเราปวดหัวต่อ ซึ่งก็คือ “รอยสิว” บางคนพูดว่า รอยสิวนั้นแก้ยากมากกว่าสิวซะอีก เนื่องจากว่าสิวนั้นจะหายได้เองภายใน 1- 2 อาทิตย์ แต่กระนั้นรอยสิวนั้นจำเป็นต้องใช้เวลาเป็นเดือนๆกันเลยทีเดียวกว่าที่ผิวจะกลับมามีสีธรรมดาดังเช่นเดิม หากแม้จะแก้ยาก แต่ว่าก็มิได้แปลว่าไม่มีทางแก้ เราจะเสนอแนะ แนวทางลดรอยดำจากสิวแบบเด็ดๆ 4 แนวทาง ที่จะทำให้รอยสิวจางเร็วขึ้น การใช้ยา และก็การใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติ ซึ่งเป็นทางเลือกที่ดีตั้งแต่ วิธีรักษาสิวแบบธรรมชาติแล้ว เราเลยสรรหามาให้ผู้หญิงได้ใช้ประโยชน์กัน

รอยดำจากสิว เกิดขึ้นได้ยังไง

อันดับแรกมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า รอยดำจากสิว นั้นมีต้นเหตุที่เกิดจากการที่เซลผิวหนังถูกทำลาย หรือถูกรบกวน จากการแกะ แคะ หรือบีบสิว ทำให้เซลผิวรอบๆนั้นถูกทำลาย กรรมวิธีการสร้างเม็ดสีของผิวก็เลยผลิตออกมามากเป็นพิเศษ กระทั่งนำมาซึ่งรอยดำขึ้น แต่ว่าบางครั้งบางคราวแม้ว่าจะไม่ได้ไปแคะแกะเกาสิว ก็มีโอกาสที่จะมีรอยดำเหลืออยู่ภายหลังสิวหายแล้วได้ด้วยเหมือนกัน เนื่องจากว่าผิวหนังรอบๆนั้น จำเป็นต้องซ่อมแซมตนเองในระยะเวลาหนึ่ง แต่ว่าพวกเราก็สามารถเร่งให้รอยดำกลุ่มนี้หายเร็วขึ้นได้เช่นเดียวกัน จะมีแนวทางลดรอยดำจากสิวแนวทางใดบ้างนั้น ไปดูกันเลย

รักษารอยดําจากสิว แนะนำวิธีเห็นผล 100 %

1. สิวหายได้ด้วยสมุนไพรใกล้ตัว

-มะขามเปียกพอกหน้า

มะขามเปียก เป็นสมุนไพรที่คนนิยมเอามาพอกหน้าอันดับแรกเลยก็ว่าได้ โดยมีให้เลือกทั้งแบบสำเร็จรูปสำหรับพอกหน้าโดยเฉพาะ หรือใช้มะขามเปียกสำหรับทำครัวก็ได้ด้วยเหมือนกัน เพราะว่าในมะขามนั้นมีกรด AHA หรือ Alpha Hydroxy Acid ซึ่งมีคุณลักษณะเพื่อการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกได้อย่างดีเยี่ยม

เมื่อเอามาพอกหน้าก็เลยทำให้ผิวขาวใสขึ้นอย่างชัดเจน สูตรรักษารอยดําจากสิว สำหรับในการพอกก็สามารถดัดแปลงแก้ไขได้หลายประการ แต่ว่าโดยธรรมดา มักเอามาผสมคู่กับนมหรือน้ำผึ้ง เพื่อลดความเข้มข้นของกรด AHA ให้ลดน้อยลง จะได้ไม่ระคายผิวหน้ามากเกินความจำเป็น รวมทั้งยังช่วยเพิ่มความอ่อนนุ่มสดชื่นให้ผิวหนังอีกด้วย ถ้าเกิดใครไม่อยากจะพอกมะขามเปียกทั้งหน้า เนื่องจากกลัวจะระคาย ก็สามารถแต้มเป็นจุดๆเฉพาะรอบๆที่มีรอยดำจากสิวก็ได้ โดยบางทีอาจแต้มไว้ราว 15 นาที แล้วจึงล้างออกก็ได้

-แนวทางลดรอยดำจากสิวด้วยดินสอพองสะตุและน้ำมะนาว

สูตรนี้ก็เป็นอีกสูตรซึ่งสามารถลดรอยดำจากสิว ได้ดีเช่นเดียวกัน ดินสอพองที่ประยุกต์ใช้นั้น แนะนำว่าควรเป็นดินสอพองที่ผ่านการสะตุมาแล้ว ด้วยเหตุผลว่าถ้าหากใช้ดินสอพองที่ยังไม่ผ่านการสะตุ ก็จะเป็นการเพิ่มเชื้อโรคบนบริเวณใบหน้าแทน ไม่ว่าแต่รอยสิวจะไม่หายแล้ว อาจจะเป็นผลให้เป็นสิวมากขึ้นอีกด้วย (การสะตุดินสอพอง คือการ ทำให้ดินสอพองสะอาดมากยิ่งขึ้น โดยนำดินสอพองใส่หม้อดิน ปิดฝายกขึ้นตั้งไฟ ให้ผ่านความร้อนนานพอเหมาะพอควร จนกระทั่งสามารถประยุกต์ใช้กับผิวหนังได้)
รักษารอยดําจากสิวนำดินสอพองสะตุ 1 ก้อน มาผสมกับน้ำมะนาวราวๆ 1 ช้อนชา คนจนเข้ากัน แล้วต่อจากนั้นก็เอามาแต้มบนรอยสิว ทิ้งเอาไว้โดยประมาณ 15 นาที แล้วจึงล้างออก สูตรนี้ไม่แนะนำให้พอกหน้า เพราะเหตุว่าน้ำมะนาวมีกรด AHA เหมือนกันกับมะขามเปียก แต่ว่ามีในจำนวนที่มากกว่ามาก บางทีอาจระคายผิวหน้าอย่างหนักได้ สูตรนี้นอกจากการที่จะได้ผิวขาวใสจากกรด AHA ในน้ำมะนาวแล้ว ดินสอพองยังสามารถดูดซึมความมันได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย

-แนวทางลดรอยดำจากสิวด้วยน้ำมะเฟือง

มีความคล้ายกับการใช้มะขามเปียก เพราะว่ามีรสเปรี้ยวเหมือนกัน สำหรับน้ำมะเฟืองบางทีอาจเลือกใช้น้ำมะเฟืองสำเร็จรูปที่มีขายในตลาด หรือจะใช้ผลมะเฟืองสดเลยก็ได้ เพราะว่าอีกทั้ง 2 แบบ ต่างก็มี AHA ในจำนวนสูง สามารถผลัดเซลผิวให้รอยดำจากสิวต่ำลงได้ วิธีการใช้ก็เหมือน 2 สูตรข้างบน เอามาแต้มบนจุดที่เป็นรอยสิว ทิ้งเอาไว้ 15 นาทีแล้วล้างออก แต่ว่าการรักษารอยดําจากสิววิธีการแบบนี้จะมีข้อเสียคือ น้ำมะเฟืองสำเร็จรูปนั้นจะมีกลิ่นเหม็นมาก ถ้าหากคนไหนทนกลิ่นไม่ได้ ก็ไม่แนะนำให้ทดลองทำวิธีแบบนี้ แต่ถ้าคุณสามารถทนกลิ่นได้ รับประกันว่ารอยดำจากสิวจะจางไวทันใจแน่ๆ

-คุณประโยชน์จากกระเทียม หอมแดง

แนวทางการรักษารอยดําจากสิวเร่งด่วน ง่ายสุดๆเลย เพียงแค่เอามีดฝาน หากขี้เกียจก็เอาเล็บจิกมันซะให้พอใจ ให้น้ำหอมแดง หรือน้ำกระเทียมมันเยิ้มๆหน่อย และโปะ ละเลงบนจุดสิว หรือรอยดำรอยแดงได้เลย หรือหากไม่ต้องการที่จะอยากใช้เพียวๆกลัวจะแสบเกินความจำเป็น ก็เอามาโขลกๆแล้วผสมน้ำเล็กน้อย แล้วเอามาแต้มหรือโปะทิ้งเอาไว้เลยก็ได้ เพียงแค่ครึ่งชั่วโมง รอยแดงบริเวณสิวที่เป็นเดือนๆ  ก็จะเริ่มจางลงไปเรื่อยๆแบบว่า แดงอ่อนๆก็จะกลืนเป็นสีเนื้อไปเลย มองไม่เห็นเลย
แต่ว่าถ้าหาก แดงแบบมากหน่อยก็จางลงเป็นสีชมพูส่วนหัวสิวที่อักเสบ เป็นแผลดำๆมันก็หดตัวเล็กลง ขนาดสิวลดน้อยลงอย่างชัดเจน แล้วก็ลดการอักเสบลงมาก ส่วนรอยดำ รอยแดงจากสิว ที่ดองบนหน้ามานาน มันก็จะจางลงจาก ดำๆสนิท ก็เปลี่ยนเป็นเทาหน่อยๆแล้ว ส่วนที่เทาๆแบบเป็นรอยเก่า ก็ลางเลือนไปจนถึงมองดูเกือบจะมองไม่เห็น
ในกระเทียม หรือในน้ำหอมแดง มีสารสกัดที่ได้มาจากธรรมชาติ ที่ช่วยฆ่าเชื้อโรคในสิวได้ ลดการอักเสบของสิวถึงเวลาทาแล้ว พวกเราจะรู้สึกได้เลยว่ามันแสบๆ แล้วก็ช่วยแก้ไขภาวะหนังกำพร้าบนหน้าของพวกเรา ปรับสีผิวให้เสมอกันกับผิวด้านข้าง ก็คือช่วยลดการผลิตเมลานิน ที่ค้างในรอยดำนั่นเอง มันก็เลยทำให้ รอยดำ จางลง

-ลดรอยดำสิวด้วยมะละกอ

ขึ้นชื่อลือนามในเรื่องคุณค่าสารพัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องผิวพรรณที่ว่ากันว่า รับประทานแล้วผิวจะดี เปร่งปรั่ง มีน้ำมีนวล รวมทั้งยังช่วยลดรอยดำจากสิวได้อย่างดีเยี่ยมเนื่องมาจาก ในมะละกอมี โปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีปาเปน (enzyme papain) รวมทั้ง ไคโมปาเปน (Chymopapain) ช่วยสำหรับในการย่อยโปรตีน ที่สามารถลดการอักเสบต่างๆของผิวหนังได้และก็สามารถใช้กระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดการรักษาแผลไฟไหม้ น้ำร้อนลวกได้
ด้วยเหตุนี้ ก็เลยสามารถใช้ ลดรอยดำที่เกิดขึ้นจากสิว ได้เหมือนกัน แนวทางรักษารอยดําจากสิว การทำ ก็นำมะละกอสุกมาปลอกเปลือกและล้างยางออกให้สะอาด (จะต้องสะอาดจริงๆ ไม่อย่างนั้นยางบางทีอาจกัดหน้าได้) หลังจากนั้นก็นำมะละกอมาบดให้ละอียด แล้วจัดแจงพอกให้ทั่วใบหน้า
ทิ้งเอาไว้ 10-15 นาที แล้วล้างออก หลังล้างออก จะมีความรู้สึกว่าหน้าเนียนนุ่มขึ้นโดยทันที ใช้บ่อยๆ ริ้วรอยจากสิวจะน้อยลงมาก เป็นของจากธรรมชาติที่ดีจริงๆ

-ใบบัวบก

ใบบัวบก มีชื่อเสียงรู้กันดีว่ารับประทานแล้ว ช่วยรักษาอาการฟกช้ำดำเขียว และก็ยังสามารถใช้ลดรอยดำจากสิว ช่วยลดแผลจากสิว แผลคีลอยด์ได้ด้วย รักษารอยดําจากสิวเพราะว่า ใบบัวบก มีสารไกลโคไซด์ (Glucosides) ซึ่งจะช่วยต้านการเกิดอนุมูลอิสระ แล้วก็ช่วยสร้างคอลลาเจนให้กับผิวหน้าของพวกเรา เมื่อคอลลาเจน ถูกสร้างขึ้นผลที่ตามมาก็คือ รอยดำ ก็จะน้อยลงจางลงไปได้ และก็ยังส่งผลดีต่อผิวหน้าโดยรวมอีกต่างหาก การใช้ นำใบบัวบกไปปั่นกับเครื่องปั่น ถ้าใครไม่มี ก็เอาไปตำในครกได้ จากนั้นก็นำใบบัวบกที่ได้มาพอกหน้าได้เลย ทิ้งเอาไว้ราวๆ 10-15 นาที แล้วจึงล้างออกโดยใช้น้ำสะอาด

-มะเขือเทศ

มะเขือเทศ คือผลไม้ที่คนนิยมเอามาพอกหน้ากันมานานมาก ซึ่งในมะเขือเทศจะมีสาร Licopersioin ซึ่งมีฤทธิ์สำหรับในการฆ่าเชื้อโรคแบคทีเรีย ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดสิว มะเขือเทศเป็นกรดอ่อนๆนอกจากการที่จะช่วยรักษาสิวอักเสบได้ดีแล้ว ยังช่วยกระชับรูขุมขน บนบริเวณใบหน้า รวมทั้งช่วยผลัดเซลล์ผิวบนหน้า ได้ดีอีกด้วย
ขั้นตอนการทำ นำมะเขือเทศไปปั่นให้ละเอียด และจากนั้นก็ทำการพอกหน้าทิ้งเอาไว้ราวๆ 20 นาที และก็หลังจากนั้นจึงค่อยล้างออก ทำอาทิตย์ละ 3 ครั้ง จะช่วยทำให้สิวลดน้อยลง ผิวหน้าชุ่มชื้นผ่องใสขึ้น

2. จัดการรอยสิวให้อยู่หมัดด้วยการใช้ยา

ในต่างชาตินิยมใช้สารไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) สำหรับการรักษารอยดําจากสิวลดจุดด่างดำของผิว รวมทั้งฝ้าและกระด้วย โดยไฮโดรควิโนนจะทำงานโดยการกีดกันเอนไซม์ที่ทำให้ผิวของคุณสร้างเม็ดสีเมลลานินมากขึ้น แต่ในประเทศไทยนั้น สารไฮโดรควิโนนเป็นสารต้องห้ามในเครื่องสำอางค์ทุกชนิด ถ้าเกิดจะใช้ก็จะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของหมอผู้ที่มีความชำนาญเท่านั้น และไม่แนะนำให้ซื้อมาใช้เอง เนื่องจากว่าถ้าหากใช้ในจำนวนมากและก็ช่วงเวลาไม่เหมาะสม อาจจะเป็นผลให้หน้าเกิดรอยด่างดำถาวรได้ แต่ก็มีข่าวดีก็คือ นอกจากสารไฮโดรควิโนนแล้ว ยังมีสารอื่นๆซึ่งสามารถทำให้รอยดำของสิวจางลงได้ อย่างเช่น กรดโคจิก สารสกัดจากลิโคไรซ์ มัลเบอร์รี่ วิตามินซี ถั่วเหลือง กรดวิตามินเอ กรดอเซเลอิก อื่นๆอีกมากมาย
ถึงสารพวกนี้จะไม่ได้ยับยั้งรูปแบบการทำงานของตัวเอนไซม์ที่สร้างเม็ดสีผิวโดยตรง แต่มันก็ได้ผลสำหรับการลดรอยด่างดำได้เช่นเดียวกัน ถ้าอยากได้สินค้าที่มีสาร Active ingredient กลุ่มนี้ สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยา ซึ่งเภสัชกรสามารถแนะนำสินค้าพวกนี้ให้คุณได้ แต่ว่าถ้าเกิดอยากได้ skincare ที่มีส่วนผสมกลุ่มนี้อยู่ ก็แนะนำให้อ่านฉลากสินค้าให้ดี เพราะว่า skincare บางแบรนด์ก็บอกว่ามีสารกลุ่มนี้อยู่ก็จริง แต่มีอยู่ในจำนวนความเข้มข้นที่น้อยมาก จวนเจียนเกือบจะไม่เกิดผลอะไรต่อผิวเลย ถ้าเกิดอยากได้สินค้าที่เห็นผลจริง คุณก็ควรจะเลือกสินค้าที่ระบุความเข้มข้นของส่วนประกอบไว้อย่างเห็นได้ชัด จะได้ไม่เสียตังค์ฟรี

3. เลเซอร์

ถ้าหากรอยสิวที่คุณกำลังเป็นอยู่ ลึกแล้วก็ทิ้งรอยไว้อย่างมาก ดูแล้วรุนแรงมาก จริงๆคุณก็อาจจำเป็นต้องใช้แนวทางเลเซอร์เข้าช่วย เนื่องด้วยการรักษารอยดําจากสิววิธีนี้เป็นแนวทางที่ทำให้รอยดำจากสิวจางลงอย่างรวดเร็วที่สุด แต่ว่าก็มีค่าใช้จ่ายสูงเหมือนกัน แล้วก็ยังไม่แนะนำสำหรับคนที่มีผิวเปราะบางมากเป็นพิเศษ ด้วยเหตุนี้ก่อนจะเลเซอร์หรือทำสิ่งใดกับผิวหน้า แนะนำให้ขอความเห็นจากหมอผู้ที่มีความชำนาญในด้านนั้นๆจะเหมาะสมที่สุด

4. ปล่อยให้รอยสิวจางไปเองตามธรรมชาติ

บางเวลาแม้รอยดำจากสิวที่พวกเรากำลังเป็นอยู่นั้นไม่ได้เป็นรอยใหญ่จนกระทั่งขั้นน่ารังเกียจอะไร การปล่อยให้รอยหายไปเองตามธรรมชาติก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย โดยปกติผิวพวกเราจะมีการผลัดเซลล์ผิวใหม่ในทุกๆ28 วัน หรือทุกๆ4 อาทิตย์อยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้ถ้ารอยสิวไม่ได้ลึกและก็เข้มมาก ก็สามารถจางไปได้เองโดยที่คุณไม่ต้องหาสินค้าอะไรมาประโคมบนบริเวณใบหน้าเลย ทั้งยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้มากอีกด้วย แต่แนวทางแบบนี้บางทีอาจจำเป็นต้องใช้กับคนใจเย็นหน่อยแค่นั้น

ปกป้องรักษาผิว ลดรอยดำจากสิว ด้วยครีมที่มีไว้ป้องกันแสงแดด

ไม่ว่าจะใช้แนวทางลดรอยดำจากสิวแนวทางใดก็ตาม แต่สิ่งที่จำเป็น ห้ามให้ขาดเลยก็คือ “ครีมที่มีไว้สำหรับกันแดด”มิฉะนั้นความพยายามสำหรับการกำจัดจุดด่างดำจากรอยสิวของคุณก็จะไม่เห็นผลเลย ถ้าเกิดคุณไม่ปกป้องผิวของคุณด้วยครีมกันแดด การสัมผัสแสงอาทิตย์โดยตรงนั้นจะเป็นตัวกระตุ้นการผลิตเม็ดสีที่คุณพยายามกำจัดมันออกไป แล้วก็รอยดำจากสิวบางทีอาจเข้มขึ้นได้อีกถ้าเกิดจะต้องเจอกับรังสียูวีบ่อยๆโดยมิได้ป้องกัน ไม่ว่าผิวคุณจะขาวหรือคล้ำขนาดไหน ครีมกันแดดก็ยังคงเป็นเรื่องสำคัญอยู่เสมอ